ระหว่างการให้คำปรึกษาเรื่องหน้าอก มักมีคำถามบ่อยครั้งว่า "ซิลิโคนเสริมหน้าอกต้องเปลี่ยนใหม่ทุก 10 ปีหรือไม่?"

ในความเป็นจริง มีบางท่านที่ตัดสินใจผ่าตัดแก้ไขเพียงเพราะเวลาผ่านไปครบ 10 ปี ทั้งที่ไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย ในทางกลับกัน

ก็มีหลายท่านที่มองข้ามสัญญาณผิดปกติที่ชัดเจน เพียงเพราะยังไม่ถึง 10 ปีเช่นกันครับ


หากสรุปให้เข้าใจโดยง่ายในเบื้องต้น

เกณฑ์ที่แท้จริงในการเปลี่ยนซิลิโคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ "ระยะเวลา" ที่ผ่านไปครับ



ที่มาและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ 'ความเชื่อเรื่องเปลี่ยนซิลิโคนทุก 10 ปี'


ความเชื่อที่ว่าต้องเปลี่ยนซิลิโคนเสริมหน้าอกทุกๆ 10 ปีนั้น มีที่มาจากบริบททางประวัติศาสตร์และทางคลินิกครับ

ซิลิโคนรุ่นแรกๆ ก่อนยุค 1990 มีความต้านทานแรงดึงและความทนทานค่อนข้างต่ำ

จึงเป็นความจริงที่ว่าอัตราการฉีกขาดหรือแตกรั่วจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 10 ปี


ด้วยเหตุนี้ องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) จึงได้กำหนดให้มีการแจ้งเตือนว่า ซิลิโคนเสริมหน้าอกไม่ใช่อุปกรณ์ถาวรตลอดชีวิต

และยิ่งใส่นานเท่าใด โอกาสที่จะต้องผ่าตัดแก้ไขก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


นอกจากนี้ การศึกษาติดตามผลทางคลินิกขนาดใหญ่ (Core Study) เพื่อประเมินความปลอดภัยในระยะยาวของซิลิโคน

มีระยะเวลาติดตามผลอย่างเป็นทางการอยู่ที่ '10 ปี'

จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้างครับ


อย่างไรก็ตาม ซิลิโคนในยุคปัจจุบันได้รับการพัฒนาทั้งเทคโนโลยีเปลือกหุ้มและเจลซิลิโคนเกาะตัวสูง (Cohesive Gel)

ทำให้ความทนทานต่อแรงกระทำทางกายภาพพัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด


ทาง US FDA เองยังระบุว่า อายุการใช้งานของซิลิโคนจะแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล

หากไม่มีความผิดปกติใดๆ ทางคลินิก ความจำเป็นในการผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนจึงต่ำมากครับ


หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่ "ผ่านไปกี่ปีแล้ว" แต่คือ "สภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร" ต่างหากครับ


สัญญาณที่ควรพิจารณาเปลี่ยนซิลิโคน


สัญญาณที่ควรเริ่มพิจารณาเปลี่ยนซิลิโคนเสริมหน้าอก มี 3 ประการหลักๆ ดังนี้ครับ



  • การฉีกขาดหรือแตกรั่ว


หลายท่านอาจประหลาดใจ แต่บ่อยครั้งที่แม้ซิลิโคนจะแตกรั่ว ก็ไม่มีอาการเจ็บปวดและรูปทรงยังคงดูเป็นปกติครับ

ต่างจากถุงน้ำเกลือในอดีต ซิลิโคน Cohesive Gel รุ่นใหม่ แม้เปลือกนอกจะฉีกขาด แต่ด้วยแรงยึดเกาะที่แข็งแรงของโมเลกุลเจลภายใน

จึงมักคงรูปอยู่ได้โดยไม่รั่วซึมออกมาภายนอก


ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือการเปลี่ยนแปลงของรูปทรงจนไม่อาจรู้สึกได้ด้วยตนเอง

การตรวจวินิจฉัยทางรังสีวิทยาด้วยอัลตราซาวด์ความละเอียดสูง หรือ MRI เต้านม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งครับ


  • พังผืดหดรัด (Capsular Contracture)


เป็นภาวะที่แคปซูลเนื้อเยื่อปกติที่ร่างกายสร้างขึ้นล้อมรอบซิลิโคน เกิดการหนาตัวและหดรัดตัวผิดปกติจากปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย

เต้านมจะค่อยๆ แข็งขึ้นเรื่อยๆ จนอาจส่งผลให้เกิดความไม่สมมาตรหรือรูปทรงบิดเบี้ยว จึงควรได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกเพื่อวางแผนผ่าตัดแก้ไขในเวลาที่เหมาะสมครับ


  • ข้อบ่งชี้ด้านความงามและการเปลี่ยนแปลงตามวัย


แม้ซิลิโคนจะไม่มีความเสียหายทางกายภาพ แต่การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักตัว หรือความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อที่ลดลงตามวัย

อาจทำให้เกิดภาวะซิลิโคนคล้อยต่ำ (Bottoming out), ความไม่สมมาตร หรือการเกิดริ้วคลื่น (Rippling) ได้


นอกจากนี้ ยังสามารถปรึกษาเพื่อเปลี่ยนซิลิโคนได้ตามเกณฑ์ความพึงพอใจด้านความงามของคนไข้ เพื่อให้ได้รูปทรงที่ถูกใจยิ่งขึ้นครับ


ความสำคัญของการตรวจคัดกรองทางรังสีวิทยาอย่างสม่ำเสมอ


เรามักได้ยินคำถามบ่อยครั้งว่า "ไม่มีอาการอะไรเลย จำเป็นต้องมาตรวจที่คลินิกไหมคะ/ครับ?"


เหตุผลที่การตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญ แม้จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลย ก็เนื่องมาจากภาวะซิลิโคน 'แตกรั่วแบบไม่แสดงอาการ' ตามที่กล่าวไปข้างต้นครับ

หากปล่อยให้ซิลิโคนที่แตกรั่วค้างอยู่เป็นเวลานาน อาจก่อให้เกิดการอักเสบภายในแคปซูลหรือทำให้เนื้อเยื่อแคปซูลแปรสภาพได้

การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจึงส่งผลอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์การรักษา


ถ้าเช่นนั้น ควรเข้ารับการตรวจบ่อยแค่ไหน?



ตามแนวทางของ US FDA แนะนำว่าหลังจากเสริมซิลิโคนเต้านม

ควรเข้ารับการตรวจทางรังสีวิทยาครั้งแรก (อัลตราซาวด์ หรือ MRI) ในช่วงปีที่ 5–6

และตรวจติดตามผลอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 2–3 ปีหลังจากนั้น


โดยส่วนตัวแล้ว แม้จะไม่มีอาการใดๆ ผมขอแนะนำให้เข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ทุกๆ 2–5 ปีครับ


ในการเลือกสถานพยาบาล เกณฑ์ที่ดีข้อหนึ่งคือการสอบถามโดยตรงว่า

"ที่นี่มีระบบตรวจอัลตราซาวด์ติดตามผลอย่างสม่ำเสมอหลังการผ่าตัดหรือไม่" ครับ


การเปลี่ยนซิลิโคนหน้าอก ขอให้จำเพียง 2 ข้อนี้ครับ


ข้อแรก เกณฑ์การเปลี่ยนไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลา 10 ปี แต่อยู่ที่สภาพของซิลิโคนในปัจจุบัน

ข้อสอง แม้ไม่มีอาการผิดปกติ ก็ควรตรวจสอบสภาพซิลิโคนผ่านการตรวจอัลตราซาวด์อย่างสม่ำเสมอครับ


สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนรับการผ่าตัด


  1. แพทย์อธิบายเกณฑ์การเปลี่ยนซิลิโคนโดยพิจารณาจากภาวะแตกรั่ว สภาพพังผืด และความพึงพอใจของคนไข้ มากกว่าการอิง 'รอบระยะเวลา 10 ปี' หรือไม่?
  2. มีโปรโตคอลการตรวจอัลตราซาวด์ติดตามผลอย่างเป็นระบบและระบบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องหลังการผ่าตัดหรือไม่?
  3. สำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดมาแล้ว ครั้งล่าสุดที่ได้รับการตรวจเช็กสภาพภายในคือเมื่อใด?


ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดหน้าอก ไม่ได้วัดกันที่ความสมบูรณ์แบบของขั้นตอนการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่อยู่ที่ความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยของคนไข้ในระยะยาว ทั้งการดูแลหลังผ่าตัดและแผนการตรวจติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ตลอดช่วงระยะเวลา 10 ปี 20 ปี หรือมากกว่านั้นในอนาคตครับ